คิดถึงไดนะเนี่ย แต่กว่าจะได้มาอัพ เรื่องราวก็ผ่านไปเรียบร้อยหมดแล้ว ดีเหมือนกัน ไม่ต้องลุ้นว่าจะเป็นยังไงเนอะ
ช่วงที่ผ่านมาวิ่งวุ่นอยู่กับการทำงานและเตรียมตัวไปช่วยงานแต่งงานของเพื่อนร้ากที่คบกันยาวนานที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เกิดมาก็มีมันเนี่ยแหละที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องแต่คบกัน รักกัน เอาใจใส่กันเสียยิ่งกว่าใคร และที่สำคัญนับเวลาตั้งแต่รู้จักเริ่มเป็นเพื่อนกันจนบัดนี้ ทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้าเราคนเดียวไม่พอแน่นอน ต้องสามคนแล้วค่ะ ช่าย..23 ปีกว่าแล้วจ้าที่เป็นเพื่อนกันมา ว๊ายย..ไม่น่าเชื่อ(ป่าวน้า..อย่ามาว่าว่าเราแก่ ให้เข้าใจว่าเราคบกันตั้งแต่เด็กๆสิยะ)
วันนี้เรามีความรู้สึกอย่างหนึ่งซึ่งดีมากๆ และไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้อีกหรือป่าว ยินดีอย่างจริงใจนั่นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ยิ่งกว่านั้น..ความภูมิใจกลับมีมากยิ่งกว่า เพราะอะไรน่ะหรอ?
...ไม่ใช่แค่เพราะเราเป็นเพื่อนกันแค่นั้นหรอก แต่เพราะเราเป็นเพื่อนคนเดียวที่อยู่กับเจ้าบ่าว-เจ้าสาวในวันแรกที่เขาได้พูดคุยกันและวันต่อๆมา!!! สำคัญที่สุดคือเราเป็นตัวกลาง(ซึ่งไม่ใช่แม่สื่อซะทีเดียว) หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นล่ามให้พวกเขาได้แนะนำตัว พบปะ พูดจากันจนเกิดความสนิทสนมขึ้นได้ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นอาชีพอิช้านนะคะ เหตุบังเอิญทั้งหมดทั้งมวลค่า เรื่องมันยาว แต่เล่าสั้นๆก้อได้นะ

ดูรูปไปพลางๆด้วยดีกว่า เจ้าสาวแป้งแต่งหน้าทำผมแต่งตัวกับช่างหมออุ๋ย พอเสร็จก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย
เรื่องสั้นความรักของแป้งกับนิโค เกิดขึ้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏ์ธานีโน่นค่ะ เจ้าสาวน่ะเป็นคนเหนือ แต่ตอนนั้นไปช่วยงานพี่ชายบริหารรีสอร์ทที่หาดเฉวง เจ้าบ่าวเป็นหนุ่มเยอรมันที่อยากเอาตังส์มาใช้เล่น จึงชวนเพื่อนสนิทมากันสองคน เช็คอินน์เข้าพักทีรีสอร์ทจุดเกิดเหตุ ส่วนอิช้านก้อเป็นเพื่อนที่เหนื่อยหน่ายกับการงานที่กรุงเทพเหลือแสน จึงขอลางานไปนอนเล่นริมชายหาดช่วงนั้นพอดีเป๊ะ เช็คอินน์เข้าห้องนังแป้งช้ากว่า 2 หนุ่มนั้นแค่ 2 วันเอง อ่ะ..แสดงว่านี่ถ้าช้านไม่ไปนะ มานอาจไม่ได้มีวันนี้ก็ได้ เพราะสองวันก่อน ไม่มีใครกล้าเริ่มพูดกับใครเป็นเรื่องเป็นราวซักที
คุณเจ้าสาวบอกว่าชอบรูปนี้มากกก ฝืมือถ่ายดี อิอิ
อ่ะ ต่อ..มาวันที่เราไปถึง นังแป้งน่ะเริ่มสะกิดแล้ว คงแอบปิ๊งๆกันไว้ในใจ พอเรามาก็รีบกิ๊กกั๊กกันตามประสาหยิงๆ แล้วก็เป็นไปตามสูตร ทั้งสองเอาเพื่อนชายกะเพื่อนสาวมาเป็นสื่อสายฟ้า ไอ้เรารึก็ตามใจเพื่อน(ฮี่ๆ ความจริงก็ปิ๊งเพื่อนนิโคแร้วเหมือนกัลล์) ด้วยความที่ภาษาอังกฤษลื่นไหลใช้ได้ เหตุการณ์จึงลงล๊อคเป๊ะๆๆๆ สองคู่ชู้ชื่น ฮ่า...คู่แป้งกะนิโคน่ะคบกันมาถึงวันนี้ 7 ปีกว่า แต่คู่เรากะไมเคิล คบกันได้เต็มที่ไม่ถึง 7 วัน เอิ๊กๆๆๆ

คุณเจ้าสาวนอนไม่หลับค่ะ ปลุกคุณเพื่อนตั้งแต่ตีสี่กว่า เอ้า..เพื่อเพื่อน อิช้านก็ต้องลุกจากที่นอน น้ามก็ไม่ต้องอาบ เพราะต้องรีบขับรถพาเจ้าสาวไปแต่งตัวที่ร้าน อ้อ..งานเช้าเนี่ยเขาจัดกันที่บ้านเจ้าสาวที่ลำพูน ซึ่งอยู่ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ 40 กว่ากิโล ช่วงนี้พวกเราเป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนกันมั่กๆค่ะ ค่ำไหนนอนนั่น

บ้านงานค่ะ ร่ายชื่อตั้งแต่มุมซ้าย สองคนตากล้องนั่นไม่รู้จักชื่อ คนนั่งชื่อพี่เจ๋ง แก็งเดียวกันนอนห้องเดียวกัน เพื่อนเจ้าบ่าวคือพี่หว่อง พี่ชายที่เป็นเจ้าของรีสอร์ทจุดเกิดเหตุนั่นเอง คนนั่งไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ เจ้าบ่าวนิโค เจ้าสาวแป้ง เพื่อนเจ้าสาวคนเช้าคือปุ๊ก เพื่อนสนิทอีกคนที่แป้งคลุกคลีอยู่บ้านเขาด้วย สุดท้ายคนริมก็อิช้านเอง คอยแจกของชำร่วยเจ้าค่ะ

งานทางเหนือเขาก็จะทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ เพราะผ่านงานหมั้นมาแล้วสองปี จึงไม่มีพิธีหมั้นอีกให้เหนื่อย คนที่กำลังผูกอยู่นั่นก็คงยังงงๆอยู่ เพราะเป็นแม่เจ้าบ่าวที่เดินทางมาจากเยอรมันด้วยกันน่ะ น่าสงสารแม่แกเหมือนกัน พูดกะใครไม่เป็นเรย คุยรู้เรื่องแต่กับลูกชายลูกสะใภ้เท่านั้น เพราะเป็นแต่ภาษาเยอรมัน อันนี้ก็ช่วยยากนะคระ เพราะอิช้านจนปัญญากะภาษานี้ค่า

ผูกกันเสร็จหมดทุกคน อ่ะ..ฮ้า อิช้านก็ได้ผูกนะเคอะ ไม่ใช่ว่ายืนทำงานอย่างเดียว ญาติผู้ใหญ่ก็จะมาลากทั้งคู่ที่มือโดนมัดติดกันแบบนั้น เดินเข้าห้องหอปาย...

ห้องหอห้องเช้าของทางบ้านจัดไว้ ห้ามคนอื่นนั่งเด็ดขาด ต้องบ่าว-สาวเท่านั้น แล้วพ่อแม่บ่าว-สาว ก็เข้ามาแกะบายศรีให้ อวยพรอีกครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี ช่วงเช้า....
เห่อ..งานมันมีหลายขั้นตอนนะ เอางี้ดีกว่า เล่าวันเดียวไม่หมด เก็บไว้มาเล่าต่ออีกดีกว่าเนอะ เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันวันนี้