คำพังเพยเก่าแก่ของไทยเรา วันนี้หรือวันไหน ก็ยังเอามาใช้ได้อยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย
"หน้าเนื้อ ใจเสือ" คำนี้แหละ เจอบ่อยมากในสังคมปัจจุบัน
ความหมายก็ ง่ายๆ ตรงๆ คือ ใบหน้า หรือการแสดงออกเนี่ย ฉาบไว้ด้วยสิ่งสวยงาม ดูน่าไว้วางใจเป็นที่สุด แต่ข้างในจิตใจ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม เต็มไปด้วยพิษสง พร้อมที่จะกางกรงเล็บอันแหลมคมออกมาขย้ำเราได้ทุกเมื่อ
ที่เกริ่นมาทั้งหมด เพราะบางทีคนพวกนี้ก็รู้ตัวว่าเรารู้ว่าเขาเป็นแบบนี้ แต่ทั้งๆที่รู้ๆด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่กลับทำหน้าตาย ไม่รู้ไม่ชี้ เจอหน้าเมื่อไร ก็ยิ้มหวาน จ๊ะจ๋า คะขา ทุกที แต่พอลับหลังทีไร ก็นินทาว่าร้าย ทำเราเสียๆหายๆได้ตลอดอีกเช่นกัน ดังนั้น เปล่าประโยชน์ที่จะไปเอ่ยชื่อ หรือพูดให้เข้าใจว่าเขาเป็นใคร แต่แค่อยากเอามาเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมแบบที่ว่า
โดยเฉพาะในสังคมของการทำงานสมัยนี้ ขอบอกว่า เชื่อใจใครในสถานที่ที่พบเจอกันในการทำงานได้ยากมาก ยากมั่กมาก จริงๆนะ(เน้นและย้ำ)
สิ่งที่เอามาพูด เพราะตอนนี้กำลังมีเรื่องต้องกังวลและอาจทำให้นอนไม่หลับ ขับไม่ออกอีกเป็นเดือน เนื่องจากว่า เรามีภาระหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบทั้งหมดทุกอย่าง ของการดำเนินธุรกิจนี้
และสิ่งที่ทำให้เป็นกังวลที่สุด จะหนีเรื่องเงินๆทองๆไปมิได้เป็นอันขาด ธ่อ..พูดแล้วปวดมวนในท้องยังไงก็ไม่รุ
ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ถ้าตอนนี้เช็คย้อนหลังไป แล้วเกิดเจออะไรไม่ชอบมาพากลที่คนอื่นทำไว้ แล้วเราต้องเข้าไปล้างเช็ดทำความสะอาดให้ล่ะก็ เรื่องใหญ่เชียวล่ะคุณขา..
เล่าแค่นี้ล่ะ แต่ความจริงมีเรื่องราวอื่นๆอีกมากมาย ขี้เกียจจะสาธยาย เด๊วจะเบื่อกันไปมากกว่านี้ เพราะแค่นี้ ก็ไม่ค่อยอยากจะเข้ามาอ่านกันแล้ว (บ่นอะไรอยู่ด้าย ป้าคนนี้) เอิ๊กๆๆ
000000000000000000000000000000000000000000000000
แต่ละเรื่องของเจ๊..สุดยอดเลยอ่า
ตอบลบแปลว่า..ตอนนี้เจ๊ได้รับตำแหน่งเจ้าพนักงาน DSI ด้วยช่ายป่ะ??
ฮ่าๆ คนละเรื่องคนครับเจ๊...มิ้งค์กลุ้มเรื่องอื่นง่ะ...
ตอบลบไว้เจอจะเล่าให้ฟัง อิอิอิ
แหมๆ พี่มี่ยังเป็นหวัดอยู่ป่าวเนี่ย??ดันมาเจอเรื่องน่าปวดหัวซ้ำเข้าให้
รักษาสุขภาพ(จิตใจ)ด้วยนะคร้าบบ