การกระทำกับความรู้สึกนี่มันแยกกันยากนะ
ความจริงก็รู้มาตั้งนาน พยายามก็หลายครั้งที่จะให้มันไปด้วยกันได้อย่างดี แต่ก็ไม่ค่อยสำเร็จซะบ่อย นั่นเป็นเพราะ บอกตัวเองว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเป็นได้ทุกอย่างดังที่ใจเราปรารถนา ต้องสุดแล้วแต่โชคชะตาถ้าในที่สุด พยายามยังไงก็ไม่เจอคำว่า สมหวัง
มันเกี่ยวยังไงกับหัวข้อเรื่องหรือ? ตั้งใจอ่านซักหน่อยก็พอทำใจให้เข้าถึงได้นะ มันหมายความว่า ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายจะไม่ได้หยุดหย่อน ทำงานเกินเวลา ต้องคิดโน่นคิดนี่ วางแผนทำโน่นนี่ตลอด แบบนี้แล้ว มันก็น่าจะทำให้ความรู้สึกในใจเต็มแน่นไปด้วยความวุ่นวาย วุ่นวายด้วยเรื่องเหล่านี้ที่ว่ามา แต่การณ์กลับไม่ เพราะในใจมันกลับว่างเปล่า คือแบบว่าโล่ง โล่ง โหวงเหวง น่ะ เคยเป็นกันมั๊ย?
ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ง่ายๆเลย ก็เพราะความรู้สึกที่มันว่างนี้ ถูกแยกออกจากภาวะทางสังขาร ใจมันโล่ง ไม่ใช่เป็นเพราะความสบายใจ แต่เป็นใจที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีใครเลย ที่จะเป็นที่ยึดเหนี่ยว หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นที่รักที่ห่วงของชีวิตหนึ่งซึ่งพึงจะมี ในฐานะที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้วทั้งที
น้อยคนนักจะเป็นได้แบบนี้ แต่บอกไว้เลยว่าอย่าเป็นแหละดีแล้ว เพราะมันไม่ได้ทำให้ชีวิตที่มีอยู่มีความสุขหรอก เราเองก็รู้ทางแก้แต่ยังไม่สามารถเดินทางไปสู่ทางแก้ได้ เพราะเงื่อนไขของชีวิตที่มีอยู่ตอนนี้ พูดไปพูดมา ก็ทำท่าเหมือนจะบ้า เพราะอาจไม่มีคนเข้าใจในภาษาด้วยซักคน แต่ไม่เป็นไรหรอก ถือว่าเป็นการระบายกับตัวเองก็แล้วกัน อาจทำให้ความทุกข์ลดน้อยบ้าง
มันน่าเบื่อเนอะ ชีวิตของผู้หญิงคนนี้ ..
เอิ่ม...สัจธรรมเจรงๆเลยเจ๊...
ตอบลบแอบเหงานี่นาเจ๊เรา....