วันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ภูเขาหิมะ

พักผ่อนกันไปเต็มๆหนึ่งวันเมื่อวาน วันนี้ได้ฤกษ์ลุยหิมะกันต่อ คราวนี้เอาให้หนักกว่าเมื่อวันก่อนเร้ย!!!

December 28'2008
Black Forest


เริ่มจากการตื่นกันแต่เช้ามืดเหมือนเช่นวันก่อน เพราะวันนี้หนทางก็ไม่สั้นไปกว่าการไปเมืองบาเยิห์นแห่งปราสาทนอยชไวสไตลนั่นเลย วันนี้เราจะไปดินแดนแห่งหิมะที่เต็มไปด้วยขุนเขาที่มีต้นไม้สีดำ ส่วนใหญ่เป็นต้นสน ซึ่งปกติต้นไม้ทุกชนิดที่นี่จะหัวโล้นใบร่วงโกร๋นหมดในฤดูหนาว ยกเว้นต้นสนอันแข็งแกร่งเท่านั้น ที่ยังคงใบดกหนาสีดำแผ่คลุมลำต้นไว้ให้เห็นไม่หวั่นแม้หิมะจะพยายามเปลี่ยนสีต้นให้กลายเป็นสีขาวอยู่ตลอดเวลาอันหนาวเหน็บนี้

รูปที่ได้จากข้างทางเกือบทุกรูป จะถ่ายขณะขับรถซะเกือบทั้งหมด หรือไม่ก็ถ่ายตอนนั่งอยู่ในรถน่ะแหละ เพราะความหนาวไม่ปราณี ทำให้ไม่สามารถออกมาจากตัวรถได้บางช่วงขณะ แต่รูปนี้ถ่ายตอนรถวิ่งที่ความเร็ว 120 กม.ต่อชม. ก็ไม่เลว ยังพอดูออกว่าเป็นต้นไม้ แล้วก็เต็มไปด้วยหิมะๆๆๆ


มาถึงแบลคฟอเรสเอาตอนสิบโมงกว่า แต่ไม่น่าเชื่อ! ฝรั่งบ้าหิมะตื่นแต่ไก่ยังไม่โห่เพื่อมาเล่นกันเต็มภูเขาเลย พอพวกเรามาถึงที่จอดรถก็เต็มจนเกือบจะไม่มีให้เบียดแล้ว เราต้องจอดไหล่เขาแล้วเดินไต่กันขึ้นมาตั้งไกล ตอนแรกกะว่าจะมาเล่นเลื่อนหิมะกัน แป้งบอกสนุกมากมาย แต่พอมาเห็นคนแล้วเริ่มลังเล เพราะมันต้องรอคิว นั่นโน่นนี่ กว่าจะเช่าเลื่อนมาเล่น กว่าจะได้เล่นกัน นิโคบอกว่าถ้าเล่นก็ต้องอยู่ที่นี่กันทั้งวัน ไม่มีเวลาไปไหนต่อกันแล้ว เราเลยเปลี่ยนใจไม่เล่นก็ได้ เดินๆ ดูๆ ไปเรื่อยๆ

ลองเข้าไปดูของในร้านขายของที่ระลึก โอ้ย..ตุ๊กตาน่ารักๆทั้งนั้นเรย แต่ไม่รู้ว่าจะมีที่อื่นให้ซื้ออีกหรือเปล่าเนี่ยสิ เลยลองซื้อมาแค่สองตัวเอง เสียดาย พอมาเจอข้างนอกไม่เห็นสวยเหมือนที่นี่เรย ราคาก็แพงกว่าอีก นอกจากนี้เรายังได้หมวกคลุมปิดมิดชิดยี่ห้อ Germany ใส่กลับติดหัวออกจากร้านมาด้วย ชอบๆ มีประโยชน์มากมาย หัวแข็งขึ้นอีกตั้งเยอะแน่ะ จะเห็นว่าหลายรูปจากวันนี้ไปก็จะพะยี่ห้อเยอรมันบนหัวตลอดเวลาเรย เพราะแป้งบอกใส่แล้วถ่ายรูปขึ้นอีกต่างหาก โหะๆๆ ไม่ค่อยบ้ายอเลยนะเรา


เดินๆไป เจอไม่สกีใครไม่รู้ปักไว้หลายอัน ขอยืมแอ๊บถ่ายหน่อย ทำทีเป็นว่าเนี่ย..ของช้าน แต่จับยังไม่เป็นเรยค่ะ อิอิ มองไปบนภูเขา ก็สูงอยู่นะ สุดลูกหูลูกตาเชียว คนต้องรอคิวนั่งกระเช้ากันเพื่อขึ้นไปให้ถึงยอดสูงๆ แล้วค่อยสกีกันลงมา บางคนก็เล่นเก่งจนได้โล่ห์ที่นี่ก็มี เนี่ยแหละ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งต้องรอขึ้นกระเช้านาน แล้วกว่ากระเช้าจะกระดืบขึ้นไปถึงยอดได้ เกือบชม.เชียวคุณ ไม่ไหวรออ่ะ (ขนาดเรื่องจำเป็นอย่างเข้าห้องน้ำ ยังต้องรอตั้งนาน เกือบไม่ไหวแน่ะ อุอุ)
อ้อ..แล้วที่นี่เขายังมีลานสอนเล่นสกีอีกด้วยนะ สำหรับเด็กๆหรือมือใหม่ แต่วันนั้นที่เห็นมีแต่เด็กไม่เกินสิบสองขวบเล่นกัน อย่างเราหรือจะกล้า


นี่บนทางเดินค่ะ ไม่ใช่บนภูเขา ข้างหลังนั่นเป็นหน้าร้าน แล้วที่โผล่ขึ้นมาจากหิมะนั่นก็คือรถเก่าที่เขาเอามาตั้งโชว์ หิมะสูงแค่ไหนให้วัดจากระดับที่ตัวรถ เป็นไงล่ะ เกินครึ่งเอวอิช้านอีกค่า


เดินเล่นกันอยู่บนภูเขาหิมะได้ประมาณชม.กว่า ทนหนาวไม่ไหว เกือบเที่ยงแล้วด้วยเริ่มหิว จึงทะยอยกันมาขึ้นรถขับลงไปที่อื่นกันต่อ ในระหว่างทางที่ผ่าน ก็เก็บรูปไปเรื่อย เพราะข้างทางก็ไม่ธรรมดาเลยนะคะ ทะเลสาบที่เห็น น้ำแข็งจนเล่นสเก็ตได้เลย แล้วไม่ใช่เล็กๆนะ ทะเลสาปกินพื้นที่กว้างใหญ่มากด้วย ที่ผ่านมาเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้วอ่ะ แป้งถาม "เออ..แล้วน้องปลาๆทั้งหลายจะไปอยู่ที่ไหนอ่า?" เราตอบ"นอนหลับ" อ้าว..จริงนะ ขนาดตอบมั่วๆยังถูกเรย นิโคคอนเฟิม เอิ๊กๆ

ตรงนี้เป็นอีกทะเลสาบหนึ่งในแบลคฟอเรส ที่นี่จะมีแต่ภูเขาหิมะกับทะเลสาปเสียเป็นส่วนใหญ่ ต้องบอกว่าแบลคฟอเรสน่ะกว้างใหญ่ไพศาลและเป็นแคว้นที่สวยงามที่สุดของเยอรมันเลยก็ว่าได้ ธรรมชาติสร้างเองทั้งนั้น ลำธารธรรมดาๆเล็กๆไหลผ่านหมู่บ้านยังสวยเลยอ่ะ ตรงนี้เป็นจุดพักรถและชมวิว เราได้โอกาสออกมายืดเส้นยืดสายซะหน่อย ห้านาทีในขณะที่นิโคพักดมควันมาส์โบรโร่ (ที่ช้านซื้อไปฝาก โหะๆๆ)


ขับต่อมากันอีกหน่อย เอ๊ะๆๆๆ .. ทำไมรถติด รถติดอะไร? แต่โชคดีที่เรามาติดก่อนเป็นคันแรกๆ จึงมองเห็นว่าข้างหน้านั่น..มัน..เฮลิคอปเตอร์นี่หว่า!!~ โอ๊ย..โหย๋..มาได้งัย?? ลงจอดบนถนนที่รถวิ่งเนี่ยนะ ถ้าไม่เหตุด่วนจริงๆคงไม่มา คนเยอรมันเองก็คงไม่เห็นกันบ่อยๆหรอกแบบเนี้ย แป้งบอก"ถ่ายๆๆๆ เร้ววววว" เกิดมายังไม่เคยเห็นเหมือนกัน
ปรากฏว่า อีกวันถัดมากลายเป็นอุบัติเหตุสำคัญประจำชาติไปเลย เพราะเกิดการชนกันระหว่างคนสองคนที่เล่นสกีลงจากเขาสูงมา คนหนึ่งเป็นผู้หญิงและเสียชีวิตทันที(เพราะไม่ใส่หมวกกันน๊อค) อีกคนเป็นถึงทั่นนายกเทศมนตรีเมืองๆหนึ่ง โจษจันท์กันทั้งบางเยอรมันเชียวคุณ(นี่เราเข้าไปร่วมแบบสดๆเลยนะนั่น!!)


ติดไม่นานเท่าไหร่ ตำรวจก็จัดทางให้รถวิ่งได้ วิ่งมากันต่อ ระหว่างทางเราก็กดแชะๆๆๆมาเรื่อย นิโคได้ยินคงสงสาร เลยจอดให้ข้างทางตรงนี้ ซึ่ง..เฮ้ย..สวยว่ะ นี่ถ้าตากล้องมือโปรทั้งหลายมาเอง คงกดกันกระหน่ำเลย เราเองได้มาแค่สอง-สามรูปเพราะถ่ายยังไงก็คงไม่สวยไปกว่านี้แล้ว
ตรงนี้ไม่มีอะไรมาก เป็นทางแยกของถนน มองขึ้นไปเห็นภูเขา บ้านเรือนไม่กี่หลังคา มีป้ายบอกทางปักไว้ยืนคู่กับต้นไม้ที่มีแต่กิ่ง นอกนั้นก็เต็มไปด้วยหิมะๆๆๆๆ ขาวโพลนไปโหมด อ้อ..มีท้องฟ้าที่สีฟ้าอบอุ่นยังไง บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่เห็นแล้ว .. มีความสุขมั่กๆเรย


วันนี้เป็นวันขึ้นเขาลงห้วยของพวกเราจริงๆ จำไม่ได้แล้วว่าเราพักกินข้าวกันหรือเปล่านะ แต่ว่าเราไปแวะหมู่บ้านทำนาฬิกากุ๊กกูมาด้วย อยากซื้อติดมือกลับมาจริงๆ แต่ว่าพอจะหาที่จอดรถ ไม่สามารถหาได้เนี่ยสิ ได้แต่วนรถเล่นไปรอบหมู่บ้าน แล้วก็มาขึ้นเขาอีกลูก ชมวิวบนยอดเขา ตรงนี้เขามีกล้องชมวิวให้นักท่องเที่ยวยอดเหรียญหนึ่งยูโร แล้วก็ส่องไปได้ไกลสุดตาอีกด้วย แต่เรางกอ่ะ..ไม่ใช้เครื่องมือก็มองเห็นนี่นา ชิป่ะ???
มองลงไปนะ จะเห็นภาพ Black Forest จริงๆเลย ตามชื่อเขานั่น ถูกต้องที่สุด เพราะป่าสนที่ดำๆเต็มไปหมดมีหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนสีดำให้เป็นสีขาวได้ทั้งหมด จึงมองแล้วสีตัดกัน ขาว-ดำ เต็มพี้นที่ สวยจริงๆ
เอ..ใครได้ดูเรื่อง ทไวไลท์แล้ว คงจะนึกภาพป่าสนที่น้องโรเบิร์ตพานางเอกเขาไต่ระห่ำขึ้นไปยืนชมวิวกันบนยอดต้นสนได้ มองยังไงๆ เราก็ว่าเนี่ยมันฉากจากหนังเรื่องนี้ชัดๆ นา...

ในระหว่างที่สองสามี-ภรรยาเขาไปวิ่งเล่นปาหิมะกันอยู่ อิช้านรักสวยรักงาม ไม่อยากเปียก จึงตั้งกล้องไว้บนรถมานั่งเก๊กหน้าสวยบนหน้าผา นี่ถ้าพลาดพลั้งตกลงไปข้างหลังนั่นน่ะ ไม่ต้องหาศพให้ลำบากเชียวนะคุณ ไม่เหลือสภาพแน่นอน ใจรักจริงๆ เรานี่ !


ออกจากจุดชมวิวนั้นมา เราก็ขับกันต่อมาเรื่อยๆ เอ๊ย..จะมืดแล้วหรอ ดูนาฬิกาก็ยังไม่สี่โมงเลยนี่หว่า แต่พอมาถึงตรงนี้ พระอาทิตย์ที่รักก็ทำท่าจะลาจากเราไปซะดื้อๆ แชะๆๆๆ ตามพระอาทิตย์ไปติดๆเรยเรา หาที่จอดได้บนไหล่เขาตรงนี้พอดี เดินเสี่ยงตายข้ามถนนมาฝั่งนี้กันหน่อยดิ๊ เห็นวิวหลั่นเขา แสงสุดท้าย แล้วก็พระอาทิตย์ดวงเหลือเล็กนิดเดียวที่ใกล้จะมอดแสง สวยงามแบบโพล้เพล้ คนถ่ายรูปก็โพล้เพล้เหมือนกัน เพราะลืมหยิบหมวกปิดหัวลงมาด้วย อาการรีบอ่ะ พอลงมาเสดแร้ว ถึงได้รู้สึกว่า..โครตตตตหนาวววววเรยยยยย...



ยังไม่หมด ถึงแม้ว่าแสงจะค่อยๆสลัวลงเรื่อยๆ เราก็ยังไปกันต่อ มาถึงอีกที่หนึ่ง แป้งบอกว่าปีที่แล้วเพิ่งมาพักกันที่นี่ตอนเดือนกุมภาฯ แต่พอกลับไปไม่ถึงเดือนไฟไหม้เลย เรามาถึงจึงไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ เมื่อก่อนน่าจะสวยกว่านี้เยอะ ด้านหน้าเป็นร้านขายของที่ระลึก โรงแรม แล้วก็ร้านบริการ ห้องน้ำ
จากด้านหน้าเดินเข้ามาด้านในจะเจอทะเลสาป ซึ่งถ้าเพื่อนไม่บอกเราก็คงไม่รู้ ก็ดูสิ..ด้านหลังที่เรายืนอยู่นั่นน่ะ ใครจะไปรู้ว่ามันเคยเป็นน้ำในทะเลสาปมาก่อน นั่นน่ะ เรายืนอยู่บนสะพานที่ยื่นออกไปนะ แต่พอตอนนี้ เราสามารถเดินออกไปบนน้ำได้สบายๆ เพราะมันแข็งหมดแล้ว


นี่ไง มีชื่อสถานที่ติดมาด้วย อ่านว่า "นัมเมอเซ" ถ้าจะถูกนะ ถ่ายรูปตรงนี้ไม่ได้รูปดีๆซ้ากกะรูป ทุกคนมือไม้สั่นกันไปหมด เราเองยังสั่นเลย ขนาดว่ากล้องของตัวเองแท้ๆ นับประสาอะไรกะนิโค ได้แค่นี้ก็บุญแระเพื่อน
จบวันนี้ด้วยมื้ออิ่มใหญ่ ที่ร้านประมาณโรงเบียร์เยอรมันอะไรแบบนั้น แต่ไม่ได้ใหญ่ยักษ์เหมือนในกรุงเทพนะ เขาแค่เป็นต้นตำหรับ หมักเบียร์เอง ทำขาหมูเยอรมันที่อร่อยสุดๆเอง หมักไวน์เอง สามอย่างเนี่ย ต้องมาชิมให้ได้และมีที่ร้านนี้ร้านเดียวด้วย ชื่อร้านไรจำไม่ได้แระอ่า??
ขาหมูฯเราจานใหญ่ยักษ์มาก ไมสามารถกินหมด แต่ลืมติดกล้องลงไปที่ร้าน ไม่เป็นไร ห่อกลับบ้าน แล้วเอามากินต่อพรุ่งนี้ค่อยถ่ายก็ได้ ฮ่า.. นิโคยังพูดจริงๆเลยว่า สงสัยมี่จะกินได้เป็นอาทิตย์นะนั่น เออ..พยายามน่าดูกว่าจะพิชิตมันหมดน่ะ
ถึงบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน แต่มีความสุข สนุกสนานกัน มันส์มั่กๆ ค่าวันนี้....แบลคฟอเรส


๒ ความคิดเห็น:

  1. น่ากลัวอ่ะพี่ เล่นสกีชนกัน ถึงตายเลย

    ถ้านกไปด้วยขาหมูจานนั้นอาจจะหมดก้อได้นะ 555

    ย้อนไปเม้นท์อีก 2 หน้าให้หมดแล้วน๊า

    ที่จริงเข้ามาอ่านแล้วหล่ะ แต่วันนั้นมันเม้นท์ไม่ติด

    กดอยู่ 3-4 ครั้ง ก้อไม่ยอมเม้นท์ให้ เลยงอน 555

    ตอบลบ
  2. เอาน่า แฟนพันธ์แท้ อีกหน่อยเขาต้องให้บัตรสมาชิกกิตติมศักดิ์แน่ๆ

    ช่วงนี้ว่าจะอัพบ่อยๆ อย่าลืมเข้ามาเรื่อยๆล่ะ ฮี่ๆ

    ตอบลบ

แสดงตัว+ทักทายกันหน่อยจ้า