วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

สงกรานต์ปีวัวบ้า2

13 เมษายน 2552

ตื่นเช้ามาวันที่สองบนบ้านต้นไม้ ทั้งที่ยังสลึมสลือมัวซัวนัยน์ตาอยู่ แต่ก้อต้องฝืนสังขารลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของลงกระเป๋า แบกเป้ออกไปกินข้าวเช้าแล้วเดินทางไปกันต่ออีกที่หนึ่ง



ก่อนไปเราก็ชักชวนสมาชิกมาถ่ายภาพหมู่กันซะหน่อย ตากล้องเป็นเจ้าเพดเลยไม่มีหน้ามานในนี้แต่ไม่เป็นไร อยากให้เห็นบรรยากาศโดยรวมของบ้านต้นไม้มากกว่า ตรงนี้เป็นทางเข้ามีป้ายชัดเจนบนหัว



นั่งสัปหงกในรถมาไม่ทันไร ถึงท่าเรือที่เขื่อนอีกแล้ว เรากำลังจะลงเรือหางยาวเพื่อข้ามไปนอนแพในน้ำกัน แพที่เลื่องชื่อของที่นี่เขาชื่อ แพ500ไร่ แต่แพที่เราจะไปพักชื่อ แพเพลินไพร ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ แล้วพอไปเห็นแพ500ไร่แล้ว เราว่าแพเราเก๋กว่าอีก เพราะแพเพลินไพรนี้สร้างอยู่กลางระหว่างสองเกาะเลย ทำให้น้ำใสน่าเล่นมั่กๆ เพราะถึงแม้ด้านบนน้ำจะนิ่งแต่น้ำไม่ขังอยู่ที่แพแน่นอน

อ่า..รูปนี้มีเจ้าเพดแล้วนี่ไง!


ขณะนั่งเรือหางยาว เราก็สอดส่ายสายตาไปรอบๆ เห็นแต่ภูเขาๆๆๆกับน้ำสีเขียวๆ ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ไม่ใช่ทะเลจริงๆ แต่เป็นน้ำในเขื่อน เพราะกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาจริงๆ มีเรือหางยาวเท่านั้นที่จะเป็นพาหนะนำนักท่องเที่ยวไปไหนต่อไปในเขื่อนนี้ได้ แต่บางจุดเรือหางยาวก็ผ่านไม่ได้อีกเหมือนกัน ด้วยเหตุผลทางธรรมชาติที่ต้องรักษาสภาพแวดล้อมไว้ บางครั้งเราจึงต้องใช้แพยนต์กันแทน



ตรงนี้เป็นปลายๆเทือกเขาแล้ว ความจริงถ่ายมาเรื่อยแต่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ขี้เกียจมาแต่งภาพอีกต่างหาก ช่างมันเหอะ แค่นี้ก็พอดูได้ เอาให้รู้ว่าไปไหนมาแค่นั้นพอ

ถึงแล้ว แพเพลินไพร ที่พักคืนที่สองของพวกเรา ตรงที่เรายืนถ่ายรูปนี่เป็นจุดกลางระหว่างสองฝั่ง แล้วเขาก็จะมีร้านอาหารอยู่ตรงนี้แหละ คนมาพักที่นี่เขาจะคิดเป็นรายหัวเลย เพื่อสะดวกในการให้บริการเพราะต้องทำอาหารเลี้ยงอยู่แล้ว คุณไม่สามารถเลือกสั่งกินเองได้หรอก ของมันหายากนะ แต่คิดว่าก็ไม่แพงหรอก

ส่วนบ้านเราหรอ? โน่นนน..หลังที่3จากริมสุดนู่นนนน...

พอเอาของเข้าเก็บได้ ก็ไปกันต่อ ไกด์ผึ้งพาไปเดินเล่นข้ามภูเขาลูกหนึ่ง ตอนออกมาจากแพนั่งเรือหางยาวแหละ แล้วก็ลงจากเรือมาเดินข้ามภูเขากัน ไม่ใช่เดินแบบธรรมดาด้วย เดินไต่เขาเห็นจะได้ ทางขึ้นเขาเป็นเนินชันมากเป็นช่วงยาวๆ มีหอบแฮ่กกันไปหลายคน บางคนต้องมีเครื่องมือค้ำถ่อช่วยพยุง ฮู้ว..ส่วนเดี๋ยนพันธ์อึดฮ่ะ สบายมั่ก แค่นี้ เดะๆ

ข้ามภูเขามาเสร็จก็ลงแพยนต์ต่อไปอีกหน่อย ตอนนั่งแพยนต์นี่ก็ได้บรรยากาศสนุกไปอีกรูปแบบนะ เพราะมันโล่ง เรียบเหลือหลาย เหมือนเรานั่งไปบนน้ำเลย น้ำก็แทบไม่กระเพื่อมด้วยซ้ำ เจ้าเพดหามุกแปลกมาเล่น นั่งถ่ายรูปดีๆไม่ชอบ มานเล่นนอนถ่าย เสร็จแล้วเอาหัวราน้ำไปเลย ดีนะ..ไม่มีพวกปิรันย่า หรือ อนาคอนด้า เอิ๊กๆๆ



เดินเข้าถ้ำประการังกันต่อ แต่พอมาถึงถ้ำนี้แบตกล้องเราก็หมดพอดี ไม่มีรูปกลับมาเองซ้ากใบ ต้องรอขอจากกล้องคนอื่น ถ้ำนี้สวยนะ ในความเห็นเรา เหมือนถ้ำยังมีชีวิตอยู่เลยอ่ะ หินยังงอกอยู่ทุกวัน น้ำก็ยังมีหยดจากปลายติ่งให้ย้อยลงมางอกที่พี้น รูปร่างของหินก็ดูแปลกตามีชีวิตชีวา มีทั้งผนังที่เหมือนม่านโรงละคอน ด้านหน้าทางเข้าก็เหมือนมีผู้หญิงห่มผ้าสใบยืนอยู่ แถมมองขึ้นด้านบนก็เห็นเป็นหัวเอเลี่ยนห้อยลงมา หันไปข้างฝาอีกด้านก็เหมือนเป็นคนแคระตัวเขียวนั่งอยู่ มีให้จินตนาการตลอดทางเลยว่างั้น คนนำทางและคนเฝ้าดูแลก็เป็นคนของป่าไม้ เขาค่อนข้างดูแลอย่างดีเชียว ดีแล้วล่ะ จะได้เก็บไว้ได้นานๆ


พอเรียบร้อยจากถ้ำ ก็เดินย้อนรอยข้ามภูเขาลูกนั้นกลับมาอีก ประมาณว่าไปกลับ 2กม. กว่าๆ แต่เนื่องจากทางเป็นเนินชันจึงเหนื่อยเป็นพิเศษ และร้อนมากด้วย ฉะนั้นพอมาถึงแพ จึงได้แก่เวลากระโดดน้ำเล่นกันอีกครั้ง คราวนี้สนุกเต็มตัวกว่าเมื่อวานเพราะน้ำลึกท่วมหัวท่วมตัวแน่นอน จึงต้องอาศัยชูช๊พช่วยพยุงไว้ก่อน กันจม(แหม..ว่ายน้ำเก่งซะขนาดนี้ หุหุ) เล่นน้ำกันซะจนเย็นเลย ประมาณสามชม.เห็นจะได้

ก่อนเล่นก็มีการให้อาหารคนในน้ำ คุโด้มานทำท่าเหมือนมั่กๆ เสียดายไม่มีรูปในกล้องเรา แต่พอลงน้ำจริงๆ มีความสุขมากเลยอ่ะ น้ำนิ่ง และก็ไม่เย็น อุ่นกำลังดี ไม่เหนื่อยเลยด้วย เพราะถ้าอยู่นิ่งๆ เราก็ไม่โดนพัดไปไหน ที่แพเขายังมีเรือคายัคให้พายเล่นกันอีกต่างหาก หลายคนสนุกสนานพายกันออกไปไกลๆ อย่างเจ้าคุโด้เนี่ยว่ายน้ำไม่เก่งนะ แต่สามารถพายออกไปนอนเล่นกลางน้ำคนเดียวได้ตั้งไกล มันสามารถจริง พอพายไปมา ไม่หนำใจ คว่ำเรือมันซะอย่างนั้น ไม่มีใคร เจ้ากริดนั่นเอง อยากจะขึ้นไปนั่งด้วย แต่เนื่องจากลำตัวที่พองเกินเรือต้าน มันจึงพลิกคว่ำให้ได้หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง งานนี้กว่าจะลากเรือขึ้นแพ เอาน้ำออกได้ เล่นเอาเจ้าเพดกะเจ้ากริดเหนื่อยแฮ่ก 555+


ขอชิลๆหน้าแพหน่อย ตอนนี้หน้ายังดำๆอยู่เรย เพิ่งนั่งเรือมาถึงจากฝั่งไง ยังไม่ได้เข้าที่พักเลย แต่เห็นบรรยากาศเขาแล้ว สวยเกินห้ามใจไม่ให้ถ่าย คนไม่สวยเอาวิวสวยไว้ก่อนไม่เป็นไร ดูน้ำสิ เขียวใสดีจริงๆเรยอ่ะ
ว่าแล้วก็อยากกลับไปนอนเล่นอีกนะ...คิคิ

เล่นน้ำกันซะชุ่มปอด ห้าโมงครึ่งโน่นกว่าจะขึ้นจากน้ำมาแต่งตัวกัน ความจริงเราถือโอกาสอาบน้ำมันตอนที่เล่นกันนั่นแหละ เอายาสระผม ยาขัดตัวมาละเลงกันตรงนั้นเลยเชียว ได้อารมณ์ชนบทดีจริงพี่น้อง เอ๊ะ..ดูเป็นต่อมากเกิน ชักจะติดพีน้องมันมาซะแระ
อาหารเย็นเริ่มตอนหกโมงกว่าเช่นเดิม วันนี้มีปลาตะเพียนตัวใหญ่ด้วย น่ากินใช่เล่นนะ หุหุ
เสร็จจากอาหารเย็น เราก็บรรเลงเพลงดัมมี่กันต่อ แต่เล่นไปเล่นมา ต้าร์มันน๊อคอยู่คนเดียว เจ้าเพดเรียกร้องขอเปลี่ยนเป็นป๊อกเด้งแล้วกัน เอ้า..ได้เรย เด้งกันต่อจนถึงสี่ทุ่มครึ่งต้องเลิก เพราะเขาจะหยุดปั่นไฟตอนห้าทุ่ม ต้องรีบเข้าห้องเตรียมตัวนอน แต่อากาศมันร้อนได้จัยดีจริงๆ เพราะฝนทำท่าจะตกแต่ก็ไม่ตกซะงั้น ความจริงเรามีกำหนดว่าจะไปถ้ำน้ำทะลุกันด้วยนะ แต่ว่าน้ำขึ้นไม่แน่นอน ไกด์เลยพาไปไม่ได้ ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าไปต้องเดินอีก 14 กม. จ๊ากก..3 ชม.กว่าเลยนะนั่น !!
วันนี้เห็นข่าวตอนเย็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในกรุงเทพฯ น่าสะเทือนใจแท้ เห่อ..บ้านเมืองเรา ขอให้พ้นจากอำนาจมืดและสิ่งชั่วร้ายโดยเร็ววันด้วยเถอะ คนที่คิดทำลายบ้านเมืองทั้งหลาย ขอให้มันตายหายไปจากโลกนี้เลยได้ยิ่งดี สาธุ...
ขอบุญบารมีของในหลวงจงคุ้มครอง.....





๒ ความคิดเห็น:

  1. น้ำใส น่าเล่นมากเลย

    แต่อยากเล่นป็อกเด้งมากกว่า กร๊ากๆๆๆ

    ไม่ได้สัมผัสอบายมุขมานานมากๆๆ

    ตอบลบ
  2. โห..เล่นทั้งสองอย่าง หรือสามอย่างก้อได้นะ อย่าเล่นอย่างเดียวทั้งวันเร้ย คุณน้องขรา

    ตอบลบ

แสดงตัว+ทักทายกันหน่อยจ้า