วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันพักผ่อน

December 29' 2008.
450 Rooms Castle


จากการตะลอนลุยหิมะเมื่อวาน ทำให้วันนี้เราตื่นนอนกันสายโด่งสุดโต่ง 55+ แต่ก็ไม่เดือดร้อน เพราะเราไม่ต้องรีบไปไหน จะสงสารก็แต่คุณเพื่อนแป้ง ที่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานวันนี้ เง้อ..เหมือนเอาเปรียบเพื่อนไงไม่รุ

แต่ช่วยอะไรก็ไม่ได้นี่นา ช่วยได้แต่รอเวลาตอนบ่ายจะออกไปรับกลับบ้านกัน เพราะนิโคใจดี ไม่อยากให้อยู่บ้านทั้งวัน เลยพานั่งรถเล่นข้ามเขตเมืองสตุทร์การ์ทออกมาหน่อย มาชมปราสาทเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งนิโคเองก็ไม่เคยมาเหมือนกัน ที่นี่ค่าเข้าชมไม่แพง คนก้ไม่พลุกพล่าน อาจจะไม่ใช่สถานที่ฮอตฮิตอะไรมากมาย ถึงกระนั้นก็ยังมีมนต์ขลังของความเก่าและประวัติศาสตร์ของพระราชาเจ้าของปราสาท ซึ่งที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือน เนี่ยแหละ .. แบบอย่างของชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยของพระราชาในอดึตกาล ไม่ทันสมัยและเป็นนักพัฒนาเหมือนพระราชาแห่งนอยชไวสไตลเลย

เราออกจากบ้านกันมาบ่ายสามโมง ขับรถประมาณ 40 นาทีก็ถึงที่นี่ แต่ต้องจอดรถที่สวนสาธารณะด้านนอกปราสาทแล้วค่อยเดินฝ่าความหนาวไปเข้าประตู ระหว่างทางเราก็ต้องผ่านสี่แยกไฟแดง แล้วก็เจอเข้ากับงูตัวเบ้อเริ่ม(อีกแล้ว) แต่อันนี้ไม่น่ากลัวเพราะไม่มีชีวิตจริงๆ เป็นงูที่สร้างเพื่อประดับไว้บนเสาไฟแดง เออ..ก็แปลกดีนะ ไม่เคยเจอ นึกไงของเขากันเนี่ย?

ปราสาทหลังนี้มีทั้งหมด 450 ห้อง ตามที่จับใจความจากไกด์ได้ แต่ไกด์นิโคซึ่งแปลจากไกด์เยอรมันตัวจริงมาอีกที ขี้เกียจแปลเป็นภาษาอังกฤษหลายตอน เราเลยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ขนาดชื่อปราสาทยังจำไม่ได้เลย แล้วดันไม่ได้เก็บเอกสารมาด้วย เพราะค่าเข้าก็ไม่ได้จ่ายเอง นิโคออกให้อีกต่างหาก หุหุ อย่างว่า ที่นี่ไม่ค่อยฮิตเท่าไหร่ จึงไม่มีภาษาอื่นใดนอกจากไกด์เยอรมันเท่านั้น ใครอยากรู้อะไรหาทางแปลกันเอาเอง เราว่าต่างชาติส่วนใหญ่ก็ไม่รู้จักที่นี่หรอก ถ้าจะมาก็ต้องให้คนเยอรมันพามาแหละ เขาจึงไม่ห่วงกันน่ะ
เราไม่ได้เดินทั้งหมด 450 ห้องหรอกนะ ไม่ไหวอ่ะค่ะ ขาลากกันพอดี เขาเปิดให้เดินได้ 2 ชั้น ประมาณ เกือบ 20 ห้อง แยกโซนพระราชาและพระราชินีต่างหาก ห้องนี้เป็นห้องกระจก มีแต่กระจกสวยๆเต็มห้องไปหมดเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาไว้แต่งตัวหรือเป็นห้องทะลุมิติ หรือยังไง?


ส่วนใหญ่ในปราสาททุกที่ก็จะมีโรงละคอนหมด ที่นี่ก็เช่นกัน และใหญ่โตมากด้วย ก็ดูจากขนาดตัวปราสาทแล้วกัน พื้นที่เขาเยอะมากน่ะ สร้างๆมันให้หมด จะเหลือไว้ทำไม


ไม่ได้ถ่ายกะหนุ่มหล่อที่ไหน ก็ขอถ่ายกะรูปปั้นหนุ่มรูปงามแทนละกัน แต่ชอบนะงานปั้นๆที่เป็นคนแบบเนี้ย มันดูมีชีวิตชีวาดีอ่ะ งานนี้ปราณีตมากเลยด้วย มองดีๆจะเห็นเส้นเอ็น กล้ามเนื้อของรูปปั้นด้วย มีชีวิตมั๊ยล่ะนั่น?

ห้องนี้เข้ามาหนาวยะเยือก ได้ข่าวว่าเคยเป็นห้องที่เก็บเถ้ากระดูกของบรรดาราชวงศ์แต่ละรุ่น ตามข้างฝาจะติดรูปของท่านเหล่านั้นไว้ให้เห็นเป็นขวัญตาด้วย เสียดายแต่ว่าตอนนี้เถ้าถูกย้ายออกไปแล้ว เหลือแต่รูปไว้ให้ดูต่างหน้า นี่หรือป่าว ที่เป็นสาเหตุทำให้ห้องหนาววววว...
อ้อ..ที่นี่เขามีกฏ ถ่ายรูปได้ทุกมุมทุกซอก แต่ห้ามใช้แฟรช เพราะแสงแฟรชจะไปกระทบภาพ หรือ สิ่งของที่อาจเกิดปฏิกิริยา ทำให้สีสรรหรือคุณสมบัติอะไรของสิ่งของเสื่อมไป เราจึงได้แต่รูปที่มัวซัว เพราะนิโคเป็นโรคมือสั่น ถ่ายไม่ได้ดีซ้ากรูป เราเองบางรุปก็ดูไม่ได้เหมือนกัน

ข้างในนี้มีโบสถ์ด้วย ดีจัง เป็นพระราชากะพระราชินิสมัยนั้น ไม่ต้องเดินทางไปเข้าโบสถ์ให้เมื่อยตุ้ม จัดรถไปรับพระมาถึงที่เสร็จสรรพ แล้วโบสถ์เขาสวยงาม ใหญ่โตมากอีกต่างหาก


นี่เป็นห้องนอนของพระราชา พระราชาองค์นี้ตัวสูงใหญ่มาก สูงเลยสองเมตรไปอีกตั้งเยอะแน่ะไกด์บอก เตียงนอนก็เลยต้องกว้างใหญ่ไปด้วย ซึ่งผิดกับเตียงของพระราชินี จะเล็กกว่านี้เกือบครึ่ง เห็นมะ? เขาให้เจาะถ่ายได้หมดทุกซอกจริงๆนะ แม้กระทั่งโถพระฉี่ ที่ทำเป็นเก้าอี้ให้นั่งวางอยู่ข้างเตียง ยังโชว์ให้เห็นเลย

รูปนี้พยายามสุดชีวิตที่จะไม่ให้สั่น เนี่ยแหละเจ้าของปราสาท นี่ขนาดเกือบเท่าตัวจริงเลยนะรูป ท่านตัวโตใหญ่มั่กๆค่ะ อ้วนเยอะด้วยล่ะ ดูแล้วรู้เลยว่ามีอันจะกิน และไม่ค่อยได้ออกกำลังทำงานเท่าหร่าย..อิอิ โทดนะค้า อิช้านว่าปัยตามเนื้อผ้า งุงิ

โคมไฟระย้า สวยงาม น่าจับต้อง เอ้ย..จับตามองเป็นยิ่งนัก นี่ถ้าได้แฟรชนะ จะระยิบระยับขนาดไหนไม่ต้องบรรยาย แล้วเกิดมันตกลงบนหัวใครคนที่เดินๆอยู่ละก็ .. หัวแบะแน่นอนจ้า
พอชมปราสาทเสร็จ ก็เป็นเวลาหกโมงเย็นพอดี กะเวลาให้ทันไปรับแป้งนะนั่น แต่ว่า วันนี้คุณเพื่อนต้องทำงานเกินเวลาอีกแล้ว โห่..เหนื่อยน่าดู นิโคเลยต้องขับกลับมาส่งเราที่บ้านก่อน แล้วค่อยออกไปรับภรรยาอีกที
วันรุ่งขึ้นวันที่ 30 ธันวาคม อ่ะ..ใกล้สิ้นปีเข้าไปแล้ว ตื่นเต้นๆ จะได้เปลี่ยนที่นอนไปนอนในโรงแรมที่ออสเตรียแล้วด้วย วันนี้เลยเตรียมตัวกันใหญ่ เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ลาแล้วหนาน้องแกรี่ ไหนเอามาเล่นกันหน่อยดิ๊ นี่แน่ะๆๆๆ จับถ่ายรูปกะต้นคริสมาสต์ของเราซะเลย ต้นนี้ยังไม่เก็บจนกว่าจะเลยปีใหม่ไป ซึ่งถึงตอนนั้นเราก็ไม่อยู่ช่วยแป้งมันเก็บแระล่ะ ฮี่ๆ
เตรียมตัวกันค่อนวัน หนักไปทางอาหารเสียเป็นส่วนใหญ่ ไหนจะต้องย้ายน้องแกรี่ไปอยู่บ้านปู่ย่าอีก นี่แหละต้องเตรียมเยอะ เพราะเราไปกัน 3 วัน ต้องมีคนดูแลแกรี่เขา ครั้งนี้แม่นิโคตัดหน้าคุณยายบ้านข้างล่างไป อยากได้ไปนอนเล่นด้วยว่างั้น เด่วก่อน..จะรู้สึก
ลืมไปแล้วว่าวันนี้กินอะไรกัน อ้อ..มักกะโรนี คุณเพื่อนทำ อร่อยสุดๆ อ๋อ..นี่แหละตัวการทำน้ำหนักเราขึ้นมาเกือบสามโล แล้วแก้มก็พองๆออกเล็กน้อย ดีจัง ..

๓ ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆคับ

    ตอบลบ
  2. ถ้าห้องนกมีแต่กระจกรอบด้านแบบนั้น คงหลอนน่าดูอ่ะพี่ 555

    เจ๊ เห็นเส้นเอ็น หรือเห็นเอ็นอะไรกันแน่อ่ะ กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ

    รูปมันมืด ๆ ไปนิด มองไม่เห็นโถฯ เลยพี่ ว่าหน้าตาเป็นไง

    ตอบลบ
  3. โถพระฉี่ก็อยู่ใต้เก้าอี้ลายๆที่วางอยู่ข้างเตียงนั่นไง มองดีๆ จะเห็นเป็นกล่องติดอยู่ใต้เก้าอี้นั่นแหละ เหมือนเก้าอี้ส้วมที่รพ.ทั่วไปเขาใช้เลย ถ้าใครเคยเข้ารพ.นะจะรู้

    ตอบลบ

แสดงตัว+ทักทายกันหน่อยจ้า