วันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

วันสุดท้ายที่ปาย

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

จากที่เมื่อคืนเราพักค้างแรมกันที่ปางอุ๋ง โดยแยกเป็นสองกลุ่ม หนุ่มๆ 4 คนไปนอนกางเต้นท์กัน พวกเรา 4 สาวครึ่งกับอีก 1 หนุ่มครึ่ง(อิอิ) ก็นอนกันในบ้านโฮมเตย์ของลุงสร้อยเงิน ซึ่งเป็นบ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยม รอพวกเราไปเปิดซิงกันวันเนี้ยแหละ

พอตื่นมาตอนเช้า หลังจากอาบน้ำอย่างสดชื่นเย็นฉ่ำ และสะดวกสบายมั่กๆเพราะอยู่ในห้องเรย เรากับปลายก็ออกไปเดินเล่นเป็นกลุ่มสุดท้ายของบ้าน คนอื่นเขาไปกันตั้งแต่ไก่โห่ เอ่อ..แต่ไก่ที่นี่โห่เช้ามากนะ ยังไม่ตีห้าเรยค่ะ เพราะว่าพวกเขาจะไปดูหมอก ถ่ายรูปหมอกกัน เราเหมือนเดิม ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ เคยดูมาแระ


ถ่ายรูปกันจนฉ่ำปอด ซึ่งตอนเราออกไปคนก็ยังเยอะอยู่นะ เพราะเพิ่ง 7 โมงกว่าเอง อากาศยังดีอยู่มาก เดินกินมันเผาเอร็ดอร่อยตุนไว้ก่อน เสร็จแล้วก็กลับมาทำอาหารเลี้ยงหมู่คณะกันที่บ้าน โดยเช้านี้เมนูเด็ดก็ยังหนีไม่พ้น ไข่เจียวทรงเครื่อง ขายดีจนต้องทำเพิ่มเป็นสองจานใหญ่ยักษ์ แต่ก็ยังไม่พอ ฉะนั้น มีไข่เหลือเท่าไหร่ ตอกเทใส่ให้เกลี้ยง มื้อนี้ไม่เหลือเก็บอะไรกลับไปอีกแล้ว หนักรถ ของที่เหลือจริงๆ เราก็บริจาคให้บ้านลุงสร้อยเงินไป รถค่อยเบาโล่งขึ้นหน่อย

พอออกจากปางอุ๋งกัน เกือบ 11 โมงแน่ะ จึงได้แวะไปตำหนักปางตอง ที่นี่เขามีดีที่แกะ ม้า และ กวาง อีกทั้งสัตว์ป่าธรรมชาติที่ไม่ดุร้าย สามารถดูได้ใกล้ๆ อย่างแกะก็มีให้กอดถ่ายรูปได้ด้วย จนเกือบแกะไม่ออกแน่ะ โหะๆๆ


เดินไปเดินมา เจอบ้านนี้ เออ..เก๋เนอะ เลยได้สโลว์แกน ๐ผู้ใหญ่ไม่เลี้ยงแกะ๐ กลับมาฝาก เกือบได้ชอปในนี้อีกแระ หลังจากที่เมื่อเช้าอุดหนุนร้านเด็กน้อยในปางอุ๋งมาโข แต่ว่าที่นี่เขาไฮโซไปนิส ผ้าพันคอขนแกะแท้ๆ ผืนละเกือบสองพัน เรยซื้อไม่ลงอ่ะค่ะ แบบว่า..ไม่ต้องขนแกะก็ด้ายนะ


ออกจากปางตอง เราก็นั่งสัปหงกกันต่อ เพราะถ้าขืนลืมตาอาจมีอ้วกได้ เช่น ตี๋ ชายหนุ่มร่างอวบเล็กน้อย สารภาพว่าเกือบเอาตัวไม่รอด กว่าจะมาถึงจุดหยุดพัก กิ่วลม ที่นี่ เพราะสภาพหนทางที่เราฟันฝ่ากันขึ้นมา มันช่างวกวนจนเวียนหัวเอาตัวเกือบไม่รอด แต่บนกิ่วลมเนี่ย สูงนะ ลมพัดปลิวสไหว วิว วิ่ว คนพักกันเยอะ มีร้านกาแฟในนั่งจิบด้วย ร้านขายของก็มีให้ชอปปิ้งมากมายหลายร้าน เกือบเสียเงินอีกล่ะ แต่ยั้งใจไว้ได้ทัน เพราะรถจะรีบออก ตอนนี้ต้องทำเวลากันหน่อย ยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้ไป


พอดีเหลือบไปเห็น เอ๊..ตัวอาราย? สีแดงกะสีฟ้าๆ เป็นจุดเล็กๆบนภูเขาลูกใกล้ๆ อ้าว..พอซูมเข้าไปใกล้ๆ ลูกใครหว่า? ช่างกล้าดีแท้ ปีนเขามือเท้าเปล่าๆกันขึ้นไปตั้งครึ่งค่อนลูก โอ้ว..แม่จ้าว ไม่ใช่เตี้ยๆเรยนะนั่น แต่ก็แปลกดีเนอะ เรยได้รูปกลับมาไว้ดู

จากนั้นก็นั่งดูหนังกันต่อในรถ บนทางวกวน (ที่ทำให้คนขับเองแทบอ้วก) อ้อ..อีกอย่าง คนขับ(เสม)น่ะ เดินอีท่าไหนไม่รู้ ทำให้ตัวอะไรมากัดที่ตา แดงเทือก เกือบขับรถไม่ได้แน่ะ เลียนแบบเรา เพราะเมื่อคืนเราก็โดนยุงกัดที่ตาข้างซ้าย บวมเป่งมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเที่ยงยังไม่ยุบเรย ต้องใส่แว่นดำอำพรางมาตลอด คนนึกว่าอยากเท่ห์ โห่..
ก่อนจะถึงตัวเมืองปาย เราก็ต้องไม่พลาดร้านกาแฟอันเลื่องชื่อของที่นี่ ๐กาแฟตกหลุมรัก๐ ร้านนี้นั่นเอง มีหลักกิโลเมตรอันใหญ่โต ใครไปไม่ถูกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแระ ตอนแรกอยากกินกาแฟ แต่นะห์บอกว่าห่วยแตกมาก อย่านั่งกินเรย ไปกินในปายดีกว่าตั้งเยอะ เออ..เชื่อ งั้นแวะเข้าห้องน้ำฟรีๆ ถ่ายรูปมุมเก๋ๆของร้านอย่างเดียวก็พอเนอะ อย่าไปเสียตังค์ให้เขากันเรย เอิ๊กๆๆ
เนี่ย..อีกมุมนึง ตู้จม.ยังสวยเรยอ่ะ ได้สโลว์แกนมาอีกแระ "อย่าลืมส่งจดหมายมาน้า" แต่ชอบที่สุดก็ท้องฟ้าที่นี่ สดใสสวยงามจริงๆ ถ่ายรูปออกมาแล้ว เหมือนอยู่ในสวิสส..ซะงั้น(ได้ยินคนข้างๆเขาว่ามา)

นี่มุมเน้นๆด้านหน้าร้านเรย ชื่อเขาใหญ่โตมาก นักการตลาดเขาวางคอนเซ็ปท์ได้เก่งเนอะ ทำให้ชื่อติดไว้ก่อน กาแฟไม่อร่อยไม่เป็นไร อ้าว..แล้วนั่นแขนไผฟระ? อุตส่าห์จะเอามุมเน้นๆแล้วเชียว งึ่มๆ
พอมาถึงตอนนี้ก็เริ่มหิวตาลายอีกแล้วคับทั่น เรียกร้องจะหาของกินก่อน นะห์บอกทนอีกนิด เด่วพาไปกินของอร่อยในปาย พอเข้าเมืองปายมาได้ เราก็นึกว่าจะลงนั่งแล้ว ไหนได้ อ๋ออ..พาไปกินขาหมูหมั่นโถวร้านหมู่บ้านจีนยูนาน ตอนแรกนึกไม่ออก คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเคยไปหรือป่าว พอไปถึงจริงๆ ความทรงจำต่างๆกลับคืนมาทันใด แฮ่ม..เคยมาตั้งแต่เมื่อปี 2000 โน่นนน..ตอนนั้นที่นี่ยังไม่มีอะไรเร้ย เหมือนไม่ใช่เมืองไทยจริงๆนั่นแหละ แต่ร้านนี้ยังอยู่เหมือนเดิม แถมเจริญก้าวหน้า ทำรีสอร์ทใหญ่โตด้านหลัง มีกิจกรรมขี่ม้าเล่นให้แขกๆได้สนุกกันอีก และปายวันนี้ก็พัฒนาไปเร็วจนเกือบตามไม่ทันจริงๆ
ว่าแต่ตอนนั้น เราก็ไปกับรถตู้และเพื่อนๆเต็มคันรถแบบนี้แหละ ผิดกันแค่ว่าตอนนั้น เพื่อนๆพวกนั้นเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่มาวันนี้ หายไปกันหมดแล้ว เหลือแต่เรากับเพื่อนใหม่ๆเท่านั้น
กินอิ่มหนำสำราญ ได้บ๊วยถุงเบ้อเริ่มกลับมากินเล่นแล้ว จึงไปต่อกันได้ที่สุดท้ายที่ตัวเมืองปาย พอรถจอดให้ลงไปเดินกันได้ ก็รู้ตัวทันทีว่าที่นี่จะเป็นที่สุดท้ายแล้ว เพราะตอนนั้นปาเข้าไป 5 โมงกว่าเกือบ 6 โมงเย็น จ๊ากก..อย่างนี้ก็ถึงกรุงเทพเช้าแน่นอน แต่กระนั้นก็ขอเดินดูให้หนำใจก่อนล่ะ ว่าแล้วก็ออกเดินกวาดซื้อผ้าพันคอของฝากเขามาอีกหลายผืน โห..ที่นี่ของถูกกว่าบนปางอุ๋งตั้งเยอะ รู้งี้มาซื้อที่นี่ก็จบแระ
แล้วเลยเดินผ่านถนนในปายซึ่งดูๆไปคล้ายๆกับตรอกข้าวสารบ้านเรานั่น ไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำปาย ซึ่งเป็นสะพานไม้ไผ่สวยงามอย่างธรรมชาติ รีสอร์ทอีกฟากฝั่งก็แลดูดีนะ อยากไปนอนเล่นพักผ่อนซักสอง-สามวันจัง ถ้าไม่ติดว่าจะต้องนั่งกระอักกระอ่วนบนทางอันวกวนอีกนะ เราคงไปอีกเร็วๆนี้แหละ
และแล้วในระหว่างเดินๆอยู่ในปาย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น โอ้ว..ขาดการติดต่อมาเป็นระยะเวลายาวนาน เนื่องจากทรูมูฟเดี้ยงสนิท วันนี้เลยได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากลอนดอน เพื่อนจุ๊บผู้น่ารักคนเดิมโทรมาเพราะเราโทรไปหาวันก่อนเรื่องจะไปลอนดอน ตกลงถามไถ่กับเพื่อนได้ความว่า เพื่อนยังยินดีปรีดาให้เราไปหาได้ แต่ต้องหลังปีใหม่เพราะตอนนี้จุ๊บเขามีแฟนแล้ว ต้องไปตีหนิทกับครอบครัวแฟนตอนคริสมาสต์ก่อน อันนี้ก็เข้าใจ ไอ่เราคนโดดเดี่ยว..ก็ต้องทำใจ เอาไงดีว้า? แต่ไงคงต้องกลับมาเช็คตั๋ว เช็คตารางเวลาให้ชัดเจนก่อนล่ะ ขอวีซ่าทันมั๊ย? เนี่ย..เรื่องสำคัญ

ปิดท้ายด้วยรูปหมู่ที่น้ำตกแม่สุรินทร์วันที่สอง เสียดายยังไม่ครบคณะเรา เพราะตากล้องหนุ่มๆเขาเดินไปถ่ายรูปกันไกลโพ้น เรียกไม่ทัน เรียงชื่อมา ถัดจากเจ๊คนริมซ้ายก็เป็น เจ พี่ก้อง ปลาย น้องพัท แล้วก็ ตี๋
สรุปแล้วหลังจากขึ้นรถกันเรียบร้อยที่ปาย เราก็ตรงแน่วกลับกรุงเทพกันเรย มีมาแวะกินข้าวกันที่กลางทางเล็กน้อยตอนสามทุ่มกว่า แต่ตอนนั้นยังมาไม่ถึงไหนเรยนะ เพราะกว่าจะมาถึงเชียงใหม่ก้อปาเข้าไปสองทุ่มแระ คนขับต้องเปลี่ยนกะกันสองคน เสมขอพักตอนมาถึงเชียงใหม่เนี่ยแหละ จากนั้นก็พี่ก้องยาวจนเกือบถึงกรุงเทพ กินข้าวเสร็จก็ถึงเวลานั่งสัปหงกกันต่อ หลับๆตื่นๆ มาถึงกรุงเทพลงรถกันที่หลังเซ็นทรัลลาดพร้าวตอนตีสี่ 45 โห..มาราธอนจริ๊งงง..ช้าน
กลับบ้านขอนอนซักงีบก่อนล่ะ ม่ายหวาย..แต่ก็ยังโดนโทรศัพท์โทรมาปลุกเป็นระยะอยู่ดี ลุกไปทำงานจริงๆก็ 10 โมงเช้าเพราะทนไม่ได้ เพื่อนที่มาเลย์มีการโทรมาถามนะ ว่าอยู่อิตาลี่หรอ? ดูมัน..กวน
ทริปนี้ก็ได้เพื่อนดีๆกลับมาหลายคนนะ บางทีถ้าเราเปิดโลกใหม่ๆให้กับตัวเอง เราก็จะเจออะไรใหม่ๆ คนใหม่ๆ ที่พร้อมจะให้มิตรภาพดีๆทดแทนกับสิ่งเก่าที่สูญเสียไปก็ได้ ใครจะรู้..เนอะ




1 ความคิดเห็น:

  1. ปาย มี สนามบินนะเจ๊ เด๋วนี้ไปง่ายสบายๆ

    ว่าแต่...บินเมือ่ไหร่เจ๊ ไปไหนม่างอ่ะ เที่ยวเผื่อ ถ่ายรูปมาเยอะๆนะ

    อ่อ...ของฝากๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ

แสดงตัว+ทักทายกันหน่อยจ้า