กลับมาสู่การเดินทางอันวกวนของคณะเราอีกครั้ง จากที่วันแรกเราหลับๆตื่นๆ หลายตลบมาก จนสุดท้ายมาตื่นจริงๆ (หลังจากตื่นลงไปเดินเล่นถ่ายรูปที่บ่อแก้วสวนสนแล้วรอบหนึ่งนะ) ที่หน้าวัดจอมแจ้ง ก่อนหน้าที่จะถึงวัดจอมแจ้งเล็กน้อย ก็ต้องตื่นเต็มที่แล้วล่ะ เพราะต้องตื่นไปเข้าห้องน้ำ แฮ่ะ..เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ
ตรงข้ามกับวัดจอมแจ้ง ก็เป็นพระธาตุเจดีย์ประจำเมืองอันสวยงาม ทุกคนคว้ากล้องคู่มือและคู่ใจ พร้อมเพรียงกันลงไปถ่ายรูป เชื่อว่าทุกคนกดรูปนี้มาหมด 9 กล้องแน่นอน แต่ไอ้เราน่ะมันมือเด็กน้อย กล้องก็กระจอกจ้อยร่อย ถ่ายมาได้แค่นี้ก็บุญโขแระ สายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด ฮี่ๆ อ้อ..ลืมกล่าวถึงเพื่อนสมาชิกที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันหน่อย เด่วจะลืมชื่อกันไป เริ่มจากหัวหน้าคณะที่เข้ามาโพสชวนเรา คือพี่ก้อง มือโปรขาเที่ยวตัวจริงเสียงจริง นะห์แฟนพี่ก้องก็ไม่เป็นรองเรื่องเดียวกัน น้องเจ อบต.จว.บุรีรัมย์ ที่ผันตัวเองจากเชฟมือโปรที่ออสเตรเลียมาอยู่ที่บุรีรัมย์ได้ยังไง? ไม่รู้เหมือนกัน มากับเพื่อน ชื่อปลาย ท่าทางเงี๊ยบ เงียบ แต่อยู่ใกล้ๆก็สบายใจดีไปอีกแบบ
น้องโจ ตากล้องมืออาชีพหนุ่มวัย 26 ผู้มากับหน้าตาอันหล่อเหลา สไตล์การแต่งตัวเท่ห์จนสาวเหลียว เสียดาย รูปหน้าตาของแต่ละคนไม่ได้อยู่ในกล้องเรา ไม่งั้นจะเอามาโชว์ให้หมดเชียว โหะ โหะ ถัดมาเป็นตากล้องอีกคนที่ออกแนวไฮโซแต่มีแอบเซอร์ น้องตี๋ ท่าทางอยากผจญภัยเพราะที่บ้านเพิ่งจะปล่อยหรือป่าว? อันนี้ไม่แน่ใจ แล้วก็แถมด้วยตากล้องมืออาชีพอีกคน ชาญหรือชัย ก็ได้เพราะชื่อเขาทั้งสองชื่อแหละ ไม่น่าเชื่อโลกกลม คนนี้บ้านอยู่ละแวกเดียวกับบ้านเราเลย ตอนขากลับถึงได้รู้และเลยได้นั่งแท๊กซี่กลับมาคันเดียวกัน สุดท้ายเป็นสาวสวยที่สุดในกลุ่ม เพราะอายุน้องพัทเพิ่งจะ 24 เรียนจบหมาดๆ แต่น้องเขาติดจะมีโลกส่วนตัวเล็กน้อย เลยไม่ค่อยได้รับรู้ข้อมูลอะไรมากนัก
ต้นกาแฟในห้องนอน เพิ่งเคยเห็นเนี่ยแหละ น่ารักดีจัง ใบเขียวสดมั่กๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นของปลอม ลองไปจับดู เฮ้ย..จริงนี่หว่า อันนี้อยู่ที่บ้านโฮมเตย์ของลุงสร้อยเงิน ณ ปางอุ๋ง
มาเล่าถึงการเดินทางต่อ เมื่อตื่นมาจากเต้นท์ที่กางนอนอย่างสบายพอสมควร ซึ่งเรานอนกับพัท และพัทก็ตื่นมาเป็นระยะๆ สงสัยเรากรนรบกวนน้องเขาแน่ๆ ฮี่ๆ แต่ความจริงน้องเขาบอกว่า ตื่นมาเพราะนอนๆไปตัวเลื่อนไปเรื่อย เนื่องจากพื้นมันเอียงน่ะ อีกอย่าง น้องเขาตัวสูงมาก ตั้ง 174 ซม.แน่ะ ก็คงนอนในเต้นท์ลำบากนิดนุงแหละ ส่วนเรานอนนิ่งๆไม่ไหวติงอย่างเดียว อ้อ..ต้องเล่าถึงตอนกลางคืนเล็กน้อย ก่อนนอนก็เป็นธรรมเนียมที่จะต้องมีการทำอาหาร นั่งรับประทานร่วมกันเป็นหมู่คณะอย่างพร้อมเพรียง แล้วก็ตบท้ายด้วยสุรามาลัย ต้องบอกว่าตอนทำอาหารสนุกกันมาก ตอนแรกนึกว่าจะเป็นภาระใครบางคนเพียงคนเดียว ไหนได้ มีทั้งเชฟมืออาชีพจากออสเตรเลีย นะห์ก็ทำเก่งสารพัด เราก็พร้อมเต็มที่ เรียกว่างานนี้ เลยได้อาหารจานเด็ดเพียบ พวกหนุ่มๆกินกันคนละ 3-4 ชาม ฮ่า .. ไม่ได้โม้ เพราะเราไม่ได้ทำคนเดียว
ตอนเช้าที่ดอยแม่อูคอ พวกตากล้องเขานัดแนะกันว่าตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วปีนไปถ่ายรูปหมอกบนดอยกัน ส่วนเราหรือ ฮี่ๆ ไม่สนหรอก พี่ดูมาเยอะแระ ปล่อยน้องๆเขาตื่นเต้นกันไป ตื่นมาก็รู้สึกอยากกินก่อนเลย ทำข้าวต้มก่อนอื่น เพราะอาจเสียเวลานานในการต้ม จากนั้นพออากาศเริ่มอุ่นๆ เลยได้ไปอาบน้ำธรรมชาติอย่างสดชื่นนนน .. สดชื่นมั่กๆ รู้งี้เมื่อคืนไม่อาบก็ดี หนาวจะตายชัก ตอนเช้าเลยได้สระผมด้วย สบายหัว สบายตัวไปเรย ออกจากดอยแม่อูคอกันก็ปาเข้าไปเกือบสิบโมง จากนั้นก็นั่งรถวิบาก กินโค้งกันไปจนเราจะสำรัก บวกกับความหิวเพราะบ่ายกว่าแล้วยังไม่หลุดออกจากโค้ง 1,864 โค้งนั่นเลย เกือบแย่ แต่อั้นไว้ได้ มาถึงร้านส้มตำที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนพอดี รอดตัวไป กินข้าวโก้เสร็จค่อยยังชั่วหน่อย เดินทางต่อได้ คราวนี้นั่งดูโน้ตเดี่ยว7 ซะเพลินเชียว เออ..เนอะ .. ลำปางหนาวมากกกกก ฮ่าๆ แต่ไม่โดนเท่ามุข "ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยอายุ 40 จะมีประสบการณ์กับเขาก็ปีหน้าล่ะค้าบบบ" กรั่กกกๆๆๆ
รูปนี้ทำท่ากระโดดเหมือนมีความสุขกับชีวิตมากมาย ฮ่าๆ แต่ความจริงไม่รู้จะทำอะไรให้มันเกิดกับชีวิตดี เลยบ้าๆบอๆกับเขาไปหน่อย ก็รู้สึกดีนะ แป๊บๆ ...
เด่วมาเล่าต่อตอนต่อปาย...
.
เล่ายาวเชียวเจ๊ อ่านเพลินเลยเด้อ
ตอบลบเอาน่า อย่างน้อยเราก้อได้เที่ยวเพลิดเพลิน
เน๊อะๆ รีบๆทวงรูปงามๆ มาลงเลย ด่วนๆ
เออ..เนอะ ยิ่งเล่ายิ่งมันส์อ่ะ นึกๆไปก็สนุกดี อิอิ
ตอบลบเอาไว้เด่วมีเวลาพี่ไปอีกดีกว่า แต่ว่าตอนนี้ขอตัวไปเตรียมกระเป๋า เดินทางไกลสู่เมืองอันหนาวเหน็บ เยอรมันอันไกลโพ้นนนน..ยู้ฮู้..
สวยอ่ะ...ชอบทะเลสาบมากๆๆๆๆๆๆ ช่วงนี้ทำงาน 5 วัน เรียนอีก 2 วัน....ไม่มีเวลาไปไหนแล้ว....เหนื่อยๆๆๆๆๆ
ตอบลบขอบคุณนะค่ะ
ตอบลบ