วันจันทร์ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

วันที่สองสู่ปางอุ๋ง

ดอกบัวตองบานเบ่งแข่งกันเต็มยอดดอยเลยค่ะช่วงนี้
กลับมาสู่การเดินทางอันวกวนของคณะเราอีกครั้ง จากที่วันแรกเราหลับๆตื่นๆ หลายตลบมาก จนสุดท้ายมาตื่นจริงๆ (หลังจากตื่นลงไปเดินเล่นถ่ายรูปที่บ่อแก้วสวนสนแล้วรอบหนึ่งนะ) ที่หน้าวัดจอมแจ้ง ก่อนหน้าที่จะถึงวัดจอมแจ้งเล็กน้อย ก็ต้องตื่นเต็มที่แล้วล่ะ เพราะต้องตื่นไปเข้าห้องน้ำ แฮ่ะ..เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ

บนดอยอูคอก็มีโชว์กะเชาด้วยเหมือนกัน เป็นรำชาวเขาของกลุ่มเด็กๆ น่ารักดี
ตรงข้ามกับวัดจอมแจ้ง ก็เป็นพระธาตุเจดีย์ประจำเมืองอันสวยงาม ทุกคนคว้ากล้องคู่มือและคู่ใจ พร้อมเพรียงกันลงไปถ่ายรูป เชื่อว่าทุกคนกดรูปนี้มาหมด 9 กล้องแน่นอน แต่ไอ้เราน่ะมันมือเด็กน้อย กล้องก็กระจอกจ้อยร่อย ถ่ายมาได้แค่นี้ก็บุญโขแระ สายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด ฮี่ๆ อ้อ..ลืมกล่าวถึงเพื่อนสมาชิกที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันหน่อย เด่วจะลืมชื่อกันไป เริ่มจากหัวหน้าคณะที่เข้ามาโพสชวนเรา คือพี่ก้อง มือโปรขาเที่ยวตัวจริงเสียงจริง นะห์แฟนพี่ก้องก็ไม่เป็นรองเรื่องเดียวกัน น้องเจ อบต.จว.บุรีรัมย์ ที่ผันตัวเองจากเชฟมือโปรที่ออสเตรเลียมาอยู่ที่บุรีรัมย์ได้ยังไง? ไม่รู้เหมือนกัน มากับเพื่อน ชื่อปลาย ท่าทางเงี๊ยบ เงียบ แต่อยู่ใกล้ๆก็สบายใจดีไปอีกแบบ

น้องโจ ตากล้องมืออาชีพหนุ่มวัย 26 ผู้มากับหน้าตาอันหล่อเหลา สไตล์การแต่งตัวเท่ห์จนสาวเหลียว เสียดาย รูปหน้าตาของแต่ละคนไม่ได้อยู่ในกล้องเรา ไม่งั้นจะเอามาโชว์ให้หมดเชียว โหะ โหะ ถัดมาเป็นตากล้องอีกคนที่ออกแนวไฮโซแต่มีแอบเซอร์ น้องตี๋ ท่าทางอยากผจญภัยเพราะที่บ้านเพิ่งจะปล่อยหรือป่าว? อันนี้ไม่แน่ใจ แล้วก็แถมด้วยตากล้องมืออาชีพอีกคน ชาญหรือชัย ก็ได้เพราะชื่อเขาทั้งสองชื่อแหละ ไม่น่าเชื่อโลกกลม คนนี้บ้านอยู่ละแวกเดียวกับบ้านเราเลย ตอนขากลับถึงได้รู้และเลยได้นั่งแท๊กซี่กลับมาคันเดียวกัน สุดท้ายเป็นสาวสวยที่สุดในกลุ่ม เพราะอายุน้องพัทเพิ่งจะ 24 เรียนจบหมาดๆ แต่น้องเขาติดจะมีโลกส่วนตัวเล็กน้อย เลยไม่ค่อยได้รับรู้ข้อมูลอะไรมากนัก




ต้นกาแฟในห้องนอน เพิ่งเคยเห็นเนี่ยแหละ น่ารักดีจัง ใบเขียวสดมั่กๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นของปลอม ลองไปจับดู เฮ้ย..จริงนี่หว่า อันนี้อยู่ที่บ้านโฮมเตย์ของลุงสร้อยเงิน ณ ปางอุ๋ง

มาเล่าถึงการเดินทางต่อ เมื่อตื่นมาจากเต้นท์ที่กางนอนอย่างสบายพอสมควร ซึ่งเรานอนกับพัท และพัทก็ตื่นมาเป็นระยะๆ สงสัยเรากรนรบกวนน้องเขาแน่ๆ ฮี่ๆ แต่ความจริงน้องเขาบอกว่า ตื่นมาเพราะนอนๆไปตัวเลื่อนไปเรื่อย เนื่องจากพื้นมันเอียงน่ะ อีกอย่าง น้องเขาตัวสูงมาก ตั้ง 174 ซม.แน่ะ ก็คงนอนในเต้นท์ลำบากนิดนุงแหละ ส่วนเรานอนนิ่งๆไม่ไหวติงอย่างเดียว อ้อ..ต้องเล่าถึงตอนกลางคืนเล็กน้อย ก่อนนอนก็เป็นธรรมเนียมที่จะต้องมีการทำอาหาร นั่งรับประทานร่วมกันเป็นหมู่คณะอย่างพร้อมเพรียง แล้วก็ตบท้ายด้วยสุรามาลัย ต้องบอกว่าตอนทำอาหารสนุกกันมาก ตอนแรกนึกว่าจะเป็นภาระใครบางคนเพียงคนเดียว ไหนได้ มีทั้งเชฟมืออาชีพจากออสเตรเลีย นะห์ก็ทำเก่งสารพัด เราก็พร้อมเต็มที่ เรียกว่างานนี้ เลยได้อาหารจานเด็ดเพียบ พวกหนุ่มๆกินกันคนละ 3-4 ชาม ฮ่า .. ไม่ได้โม้ เพราะเราไม่ได้ทำคนเดียว

เจ้าไก่ข้างบ้านตัวป่วน ตอนเช้านะมันประสานเสียงเป็นวงดุริยางฏ์ทหารบกบวกทหารเรือและก็ทหารอากาศ โห..ออกมาไม่รู้เป็นเพลงอะไร เสียงดังม้ากกกกกก...

ตอนเช้าที่ดอยแม่อูคอ พวกตากล้องเขานัดแนะกันว่าตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วปีนไปถ่ายรูปหมอกบนดอยกัน ส่วนเราหรือ ฮี่ๆ ไม่สนหรอก พี่ดูมาเยอะแระ ปล่อยน้องๆเขาตื่นเต้นกันไป ตื่นมาก็รู้สึกอยากกินก่อนเลย ทำข้าวต้มก่อนอื่น เพราะอาจเสียเวลานานในการต้ม จากนั้นพออากาศเริ่มอุ่นๆ เลยได้ไปอาบน้ำธรรมชาติอย่างสดชื่นนนน .. สดชื่นมั่กๆ รู้งี้เมื่อคืนไม่อาบก็ดี หนาวจะตายชัก ตอนเช้าเลยได้สระผมด้วย สบายหัว สบายตัวไปเรย ออกจากดอยแม่อูคอกันก็ปาเข้าไปเกือบสิบโมง จากนั้นก็นั่งรถวิบาก กินโค้งกันไปจนเราจะสำรัก บวกกับความหิวเพราะบ่ายกว่าแล้วยังไม่หลุดออกจากโค้ง 1,864 โค้งนั่นเลย เกือบแย่ แต่อั้นไว้ได้ มาถึงร้านส้มตำที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนพอดี รอดตัวไป กินข้าวโก้เสร็จค่อยยังชั่วหน่อย เดินทางต่อได้ คราวนี้นั่งดูโน้ตเดี่ยว7 ซะเพลินเชียว เออ..เนอะ .. ลำปางหนาวมากกกกก ฮ่าๆ แต่ไม่โดนเท่ามุข "ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยอายุ 40 จะมีประสบการณ์กับเขาก็ปีหน้าล่ะค้าบบบ" กรั่กกกๆๆๆ
และแล้วเราก็บากบั่นฟันฝ่า จนไปถึงปางอุ๋งกันจนได้ กว่าจะไปถึงก็บ่ายโพ้นร่วมสี่โมงเย็นแล้ว จองบ้านพักไว้หนึ่งหลัง แต่หนุ่มๆเขาฟิต พอเดินไปดูที่กางเต้นท์ที่ปางอุ๋งเลยขอเอาเต้นท์ไปกางนอนกันที่นั่น 4 คน ตกลงเราเลยนอนบ้านกัน 6 คน ไม่ต้องจองบ้านเพิ่ม เอ้า..เบียดๆกันนอน ไม่เป็นไร อุ่นดี แต่ก็ไม่แย่อย่างที่คิดนะ ห้องน้ำเขาก็สะดวกสบาย เรานั่งทำกับข้าวกันที่หน้าบ้าน อาหารจานเด็ดๆเพียบอีกแล้ว วันนี้มีแกงเขียวหวานสูตรออสเตรเลียกับไทย โอ๊ย..แข่งกันสุดฤทธิ์ค่ะ ปรากฏผู้ชนะเป็นน้องโจ ที่ถึงแม้จะตัวผอมเพรียวสูงระหง แต่คุนเทอเล่นไป 4 จาน ค่ะ เอิ๊กๆๆ เอ่อ..แล้วเราก็ทำเอ๋ออีกอย่าง เพราะเราไม่อยากออกไปนั่งที่เต้นท์หนุ่มๆตอนกลางคืน เลยขอนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านกับปลาย พอซักประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนดูแลเขาเดินมาถามว่า "พี่ปิดไฟมั๊ยคับ" เราก็ตอบว่า "ยังไม่ปิดค่ะ" สิ้นเสียงไม่เกิน 1 นาที ไฟดับป้าบ มืดตื๊อ ป่าว..ที่จริงเขาบอกว่า "พี่ปิดไฟน้าคับ" แฮ่ะๆ (ก้อแบบว่าเขาพูดม่ายชักอ่า)

เออ..ความจริงวันเนี้ย ก่อนจะมาถึงปางอุ๋ง เราไปแวะกันที่น้ำตกแม่สุรินทร์ก่อน เดินเอื่อยอ่อยถ่ายรูป แต่กล้องเราเดี้ยงไปตั้งแต่เช้า เลยต้องอาศัยกล้องนะห์ถ่าย ป่านนี้ก็ยังไม่ได้รูปเรย จึงยังไม่มีรูปมาใส่ไว้วันนี้ เด่วค่อยเอามาลงทีหลังแล้วกัน

รูปนี้ทำท่ากระโดดเหมือนมีความสุขกับชีวิตมากมาย ฮ่าๆ แต่ความจริงไม่รู้จะทำอะไรให้มันเกิดกับชีวิตดี เลยบ้าๆบอๆกับเขาไปหน่อย ก็รู้สึกดีนะ แป๊บๆ ...


เด่วมาเล่าต่อตอนต่อปาย...






.


๔ ความคิดเห็น:

  1. เล่ายาวเชียวเจ๊ อ่านเพลินเลยเด้อ

    เอาน่า อย่างน้อยเราก้อได้เที่ยวเพลิดเพลิน

    เน๊อะๆ รีบๆทวงรูปงามๆ มาลงเลย ด่วนๆ

    ตอบลบ
  2. เออ..เนอะ ยิ่งเล่ายิ่งมันส์อ่ะ นึกๆไปก็สนุกดี อิอิ

    เอาไว้เด่วมีเวลาพี่ไปอีกดีกว่า แต่ว่าตอนนี้ขอตัวไปเตรียมกระเป๋า เดินทางไกลสู่เมืองอันหนาวเหน็บ เยอรมันอันไกลโพ้นนนน..ยู้ฮู้..

    ตอบลบ
  3. สวยอ่ะ...ชอบทะเลสาบมากๆๆๆๆๆๆ ช่วงนี้ทำงาน 5 วัน เรียนอีก 2 วัน....ไม่มีเวลาไปไหนแล้ว....เหนื่อยๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณนะค่ะ

    ตอบลบ

แสดงตัว+ทักทายกันหน่อยจ้า