การเดินทางครั้งนี้ ไม่มีอุปสรรคใดๆเกิดขึ้นเรยในระหว่างทาง เริ่มตั้งแต่จัดแจงกระเป๋าตอนสายๆจนถึงบ่าย4โมงถึงได้อาบน้ำแต่งตัวกินข้าว ออกจากบ้านไปสนามบิน ทั้งๆที่ออกจากบ้านสายกว่ากำหนดตั้งครึ่งชม.แต่ยังไปถึงสนามบินก่อน 6 โมงเย็นด้วยซ้ำ ไปถึงก้อเช็คอินเรยไม่ต้องรอ แต่ว่ามีคำถามจากนายตรวจว่า "ทำไมหน้าเราไม่เหมือนกับในรูปเรย คนเดียวกันหรือป่าว?" ฮ่าๆๆๆ สวยขึ้นชิมิล่ะ? คิคิ
จากสุวรรณภูมิมาถึงโดฮาใช้เวลา 7 ชม.สบายๆ กะว่าจะรีบนอนให้หลับ แต่พอจะหลับตาลงดันนึกขึ้นได้ว่า เอ๊ะๆๆๆ เราได้เอาเสื้อโค้ตตัวยาวที่ซื้อมาใหม่ยัดใส่ลงในกระเป๋าหรือป่าวน้า ตอนจะปิดกระเป๋า นึกเท่าไหร่ก้อนึกไม่ออก ทำให้การนอนหลับช่วงแรกของเราล้มเหลว ได้นอนแค่ไม่ถึง 2 ชม. จากนั้นก็ถึงโดฮา รอเปลี่ยนเครื่องอีก 2 ชม.กับ 15 นาที
มีเรื่องโก๊ะเล็กๆที่ประตู 13 เนี่ย ก้อตอนแรกเดินมาเห็นป้ายประตูแล้วนะ แต่ว่าเขายังไม่เปิดแบบในรูปเนี่ย เราก้อคิดว่ายังไม่ถึงเวลานี่หว่า เด่วใกล้ๆคงเปิดเองแหละ ปรากฏว่านั่งรอไปจนเอะใจ เอ๊ะ ตึหนึ่งจะสิบนาทีแล้วนี่หว่า นึกขึ้นได้ เฮ้ย..เอาบอรดดิ้งมาดู มันต้องเช็คเข้าประตูตั้งแต่ตีหนึ่งนี่หว่า ทำไมประตูยังไม่เปิดฟระ? ฮ่า..โง๊เองค่า ประตูเขาอยู่อีกด้านข้างหลังค่า ดีนะ คิวยังยาวอยู่พอควร ไม่ต้องโดนเรียกประจาน เอิ๊กๆๆ


เอ้า..เจอแร้ว เจ้าของบ้านขาใหญ่ คุณแกรี่นี่เอง ทักทายเหมือนเป็นเพื่อนเก่ากันมานาน แป้งบอกแปลกมาก ปกติไม่ยอมเข้าใกล้คนแปลกหน้า แต่นี่ยอมให้อุ้มตั้งแต่แรกเจอ สงสัยเป็นเนื้อคู่กับแมว เอิ๊กๆๆ
เสียดายมากๆ คืนแรกที่มาถึงเพื่อนพาไปเที่ยวงานเทศกาลฤดูหนาวของเมืองใกล้ๆ ซึ่งจัดเป็นวันสุดท้ายพอดี ไปกันหมดเรยนะทั้งครอบครัว พ่อ แม่ นิโค แป้ง และเรา โห..ตื่นตาตื่นใจ ชอบอ่ะ! ทั้งๆที่ง่วงแสนง่วงเพราะลงจากเครื่องมาต่อรถไฟถึงบ้าน ยังไม่ได้นอนพักเรยสักงีบ แถมมาถึงเพื่อนก้อชวนคุยๆๆๆๆไม่หยุดปาก ความจริงฟังมันมากกว่า ฮ่าๆ คงอยากเม้าท์ภาษาไทยน่ะ เพราะอยู่ที่นี่คุณเทอพ่นแต่ดอยซ์ เอ้า..ลืมไปเรยจะเล่างานเทศกาลฤดูหนาว ก้อเป็นงานแบบออกร้านบ้านเราอ่ะ แต่ว่าจุดเด่นจะอยู่ที่คนออกร้านเขาจะแต่งตัวแบบโบราณๆ จัดร้าน รวมทั้งสินค้าและของที่เอามาโชว์ ทุกอย่างทำเหมือนเราย้อนยุคกลับไปเมื่อ 400-500 ปีที่แล้ว เดินๆแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังพวกนักรบโบราณของฝรั่งยังไงยังงั้นเรยอ่ะ!!
ที่งานเขามีอาหารและเครื่องดื่มแบบโบราณๆเมืองหนาวขายด้วย ลองชิมไวน์ต้มหวานๆไปเกือบครึ่งแก้ว(แก้วต้มดินเผานะ) อยากกินเยอะๆ แต่กลัวผลอยเสียตั้งแต่ตอนเดินๆ เลยต้องหันไปกินใส้กรอกย่างกับขาหมูมันเผา อร่อยมากกกก...

เริ่มหิวแล้วสิ แต่ก้อยังไม่หมดภารกิจ แวะไปที่ทำงานนิโคอีกหน่อย มีธุระต้องไปจัดการ เราเลยได้ภาพต้นไม้ต้นนี้ รวมถึงใบสีส้มๆของมันที่ร่วงหล่นลงมาตามทางเดิน เห็นแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศเมืองหนาวจริงๆเรยเนอะ นี่แหละ โลกอีกซีกหนึ่งซึ่งเราคนเมืองร้อนไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่

ปิดท้ายด้วยการนั่งหลับ เอ้ย..ไม่ช่าย พอมองกล้องแบบนี้ทีไร ทำไมเหมือนหลับตาทุกทีสิ ในระหว่างนั่งรอนิโคแหละ เราก้อออกมาแชะๆๆซะหน่อย ให้แป้งมันนั่งอุ่นๆในรถต่อไป แต่ตั้งแต่มาถึงอุณหภูมิสูงขึ้นทุกวันๆสิน่า สงสัยมากับความร้อนแน่ๆช้าน รออยู่เนี่ย จะเจอหิมะม้าย??? เอิ๊กๆๆ แต่ขอโทษ .. สรุปว่า อิช้านลืมเสื้อโค้ตตัวยาวที่ซื้อมาใหม่ ตั้งใจจะเอามาใส่ลุยหิมะที่นี่เต็มๆไว้บนเตียงนอนที่บ้านค่า เห่อ..เวงจิงๆตรู ต้องขอยืมเพื่อนอีกแย้ว
วันนี้แป้งต้องไปทำงาน ลาไม่ได้จริงๆ เพื่อนจึงให้ยืมสามีควง นิโคจะพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณเบนซ์ที่แรกและที่ใหญ่ที่สุดในโลก อ้อ..ขอบอกว่าเมืองสตุทร์การ์ทเนี่ยเขามีชื่อเล่นๆว่า เมืองเบนซ์นะคะ เพราะพื้นที่เกือบครึ่งค่อนเมืองเป็นโรงงานและบริษัทเบนซ์หมดค่า รวมถึงประชากรที่นี่ค่อนเมืองก็เป็นพนักงานเบนซ์(เพื่อนนิโคของอิช้านด้วยแม่น)
ได้เพื่อนเดินทางระหว่างนั่งรอ น่ารักน่าชังสุดๆ เป็นลูกแขกขาวแถวนั้นแหละ แต่เทอเป็นขวัญใจของพี่ป้าน้าอาแถวนั่งรอมั่กๆ แล้วก้อชอบเดินมามองหน้าเราด้วย เรยจับถ่ายรูปเสียเรย
นี่เพื่อนเดินทางตัวจริง เล่มที่เล่าไปเมื่อคราวที่แล้ว ยังอ่านไม่จบเรย เห็นหน้าปกก้อสวยถูกใจแร้วล่ะสิ
นอนพักเอาแรงสุดๆคืนนั้น ปิดโทรศัพท์เงียบเชียบหมดทุกอย่าง แต่พอเปิดก้อมีเรื่องด่วนขอให้เช็คเมลทันใด เห่อ..ให้มันได้อย่างงี้!!!
พอได้อาหารเช้ากันเรียบร้อย เพื่อนทั้งสองก้อพาเราไปเดินชอปปิ้งก่อนอื่นใด เริ่มตั้งแต่อาหารที่ต้องเตรียมตุนไว้สำหรับช่วงเทศกาลคริสมาสต์เพราะจะไม่มีคนขายให้ช่วงนั้น เป็นห้างใหญ่ที่สุดของเมืองสตุทการ์ทแต่เทียบได้ประมาณโรบินสันบ้านเรา คุณขรา..ไม่มีบ้านเมืองไหนเขามีห้างขายของใหญ่มโหระทึกเท่าเมืองไทยอีกแล้วล่ะค่ะ แต่เห็นของในห้างแล้วอยากซื้อไปหมด ราคาถูกมากกกเทียบได้ประมาณ 1 ใน 4 ของราคาที่ขายในเมืองไทย โดยเฉพาะพวกอาหาร ยา ขนมต่างๆ แต่แป้งบอกของเราอ่ะ ไว้วันหลังใกล้ๆกลับค่อยมาซื้อก้อด้าย ไม่ต้องรีบร้อน
จากห้างนี้ยังไม่จบนะ ไปเดินร้านอาหารเอเซียต่อ ต้องการมะละกอเพื่อมาทำส้มตำกินกัน แถมด้วยซุปหน่อไม้เพราะเพื่อนอยากกินน้ำลายไหล ยังไม่เสร็จ ไปต่อกันที่ร้านขายวัสดุตกแต่งบ้าน สร้างบ้าน เพราะคุณเพื่อนจะทำห้องน้ำใหม่กัน เลยแวะเข้าไปเลือกกระเบื้อง แต่เลือกอยู่ตั้งนาน สุดท้ายเปลี่ยนใจ ยังไม่สั่งดีกว่า อ้าว...
วันนี้แป้งต้องไปทำงาน ลาไม่ได้จริงๆ เพื่อนจึงให้ยืมสามีควง นิโคจะพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณเบนซ์ที่แรกและที่ใหญ่ที่สุดในโลก อ้อ..ขอบอกว่าเมืองสตุทร์การ์ทเนี่ยเขามีชื่อเล่นๆว่า เมืองเบนซ์นะคะ เพราะพื้นที่เกือบครึ่งค่อนเมืองเป็นโรงงานและบริษัทเบนซ์หมดค่า รวมถึงประชากรที่นี่ค่อนเมืองก็เป็นพนักงานเบนซ์(เพื่อนนิโคของอิช้านด้วยแม่น)
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเช้า เลยมีเวลาเช็คเมลทำโน่นนี่ เด่วอาบน้ำแต่งตัวกินข้าวกลางวันเสร็จก็จะออกไปกันแระ กะเวลาให้พอดีกับตอนเย็นเลยไปรับแป้งเรย
หูย..เหมือนอยู่บ้านตัวเองเรยอ่ะ สบายจริงๆเรา...ฮ่า...
วันแรก ก้อ ลั๊นลา เลยนะคุณพี่ขรา
ตอบลบเที่ยวหนุกๆนะเจ้าคะ
รอเชียร์ให้หิมะตกเน้อ
อ่อ คุณแกรี่ เค๊าได้กลิ่น ก๋อย อ่ะป่าวนะ ถึงให้เข้าใกล้ ประมาณ พวกเดียวกัน เอิ๊กๆๆ
ตอบลบว่าแต่ผู้ใดเป็นกุ๊ก ตำส้มตำหล่ะเนี่ยะ
ตอบลบMerry X'Mas นะจ๊ะ
คงประมาณนั้นล่ะจ้า แมวย่อมเห็นแมวด้วยกันฉันใด (เอ๊ะ..เหมือนผีย่อมเห็นผีอ่ะป่าว??)
ตอบลบกุ๊กส้มตำจะเป็นไผเสียบ่ได้ ข่อยเองเด้อ .. เอิ๊กกก
วันนี้เพิ่งกลับเข้าบ้านกันมา กำลังจะทำส้มตำ เนื้อย่าง ซุปหน่อไม้กินกันเนี่ย ข้างนอกหนาวมากกกก(หนาวกว่าลำปางของโน้ตแน่นอน) ทั้งๆที่เพิ่งกินกันพุงจะแตกที่บ้านแม่นิโค แต่พอใช้พลังงานสู้ภัยหนาวไป เริ่มกินได้อีกแระ อิอิ
โอ๊....นิวลุค นิวแฮร์คัท :D
ตอบลบf^gfHd]'gpvtgip8iy[ruj,uj
มิ้งค์ๆ ช่วยแปลหน่อยดิประโยคล่างอ่ะ
ตอบลบใช้รหัสลับแบบนี้ นึกว่าเจ้เป็นหน่วยสืบสวนสอบสวนลับหรือไงยะ?